ReadyPlanet.com
dot
dot
ภาพรวม
dot
bulletข้อมูลจังหวัด
bulletของดีประจำจังหวัด
bulletเทศกาลงานประเพณี
bulletสินค้า OTOP / แหล่งช้อบปิ้ง
bulletที่พัก/โรงแรมในจังหวัดระยอง
bulletร้านอาหารในจังหวัดระยอง
dot
ส่วนงานกีฬาและนันทนาการ
dot
bulletข้อมูลส่วนงาน
bulletปฏิทินกิจกรรมกีฬา
bulletสมาคมกีฬา
bulletสถานกีฬา
bulletบุคลากรทางการกีฬา
bulletสถิติการแข่งขันกีฬาระดับชาติ
dot
ปฏิทินกิจกรรม ปี 2560
dot
bulletปฏิทินกิจกรรมกีฬา
bulletปฏิทินกิจกรรมท่องเที่ยว
dot
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
bulletสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
bulletกรมการท่องเที่ยว
bulletกรมพลศึกษา
bulletสถาบันการพลศึกษา
bulletการกีฬาแห่งประเทศไทย
bulletการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
bulletตำรวจท่องเที่ยว
bulletสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา76จังหวัด
dot
วงการกีฬา
dot
bulletข่าวสารวงการกีฬา
bulletวิเคราะห์กีฬา
dot
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
dot
bulletจังหวัดระยอง
bulletสำนักงานจังหวัดระยอง
bulletค้นหาข้อมูลภาครัฐ
bulletรัฐบาลไทย
bulletสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
bulletกรมบัญชีกลาง
bulletกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
bulletไทยตำบลดอทคอม
bulletดาวน์โหลดซอฟแวร์
bulletหออัครศิลปิน
dot
สถานีโทรทัศน์
dot
bulletช่อง 3
bulletช่อง 5
bulletช่อง 7
bulletช่อง 9
bulletช่อง 11
bulletMaxnet ทีวี
dot
ข่าวสาร สทก.จ.ระยอง
dot
bulletสมัครงาน
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot
bulletกระทู้ถาม-ตอบ




เตรียมตัวไปเที่ยวทะเล

ในกระเป๋าของนักเที่ยวทะเล นอกจากเตรียมชุดว่ายน้ำ
ครีมกันแดด และกางกางเล ยังมีลิสต์รายการเป็นหางว่าวที่เรา
ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ (ทั้งหลาย) ให้หย่อนลงกระเป๋า
เมื่อคิดวางแผนจะไปทะเล อันมีดังต่อไปนี้
 1. เตรียมถุงทะเล (Ocean pack) เอาไว้ให้ดี อย่างน้อยถ้าคุณไม่ได้ซื้อกล้องชนิดกันน้ำได้ การพกถุงทะเลก็ช่วยรักษาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สุดรักของคุณเอาไว้ได้เป็นอย่างดีเชียว
 2. ล่วมยา บางทีแค่ยาแก้ปวดหรือยาลดไข้อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการเที่ยวทะเลอีกต่อไป เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ คุณอาจจะโดนไรทะเลแทะเล็มผิวจนเป็นผื่นแพ้ ดังนั้นในล่วมยาควรจะมียาแก้แพ้ หรือคารามายด์ เอาไว้ทาบริเวณที่โคนกัดต่อย อีกทั้งควรมียาทากันยุงเอาไว้อีกรายการด้วยก็จะดีมาก
 3. After sun lotion แม้ว่าตลอดทั้งวัน คุณจะทาครีมกันแดดซ้ำ ๆ ทุก 2 ชั่วโมง แต่ร่องรอยของการเผาไหม้ยังคงมีอยู่ ดังนั้นควรเลือกโลชั่นที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ หรือวิตามินดี เพื่อสมานรอยแดดเผาหลังอาบน้ำเสร็จ
 4. แว่นกันแดด ไม่เพียงสวมใส่เพื่อความเก๋ไก๋ แต่ยังช่วยปกป้องอวัยวะส่วนสำคัญที่สุดในร่างกายเอาไว้ด้วย
 5. ลดพื้นที่การจัดกระเป๋าด้วยการแบ่งแชมพู ครีมนวด ครีมอาบน้ำลงขวดขนาดเล็กสำหรับเดินทาง แถมจะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาโหลดกระเป๋าด้วย
 6. ควรเลือกเสื้อผ้าที่ยับยากสำหรับเดินทาง
 7. พกขวดน้ำฉุกเฉินสำหรับตัวคุณเอง ในวันที่อากาศร้อนแดดจัดขณะล่องเรือกลางทะเล คุณอาจจะเกิดภาวะขาดน้ำเฉียบพลันได้ ดังนั้นอย่างนิ่งนอนใจกันไว้ดีกว่าแก้ พกขวดน้ำเล็ก ๆ เอาไว้ติดตัวด้วย เมื่อเตรียมตัวได้พร้อมก็ขอให้เที่ยวอย่างสนุกนะคะ

เมื่อคิดจะไปเยือนทะเล สิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมติดกระเป๋าไว้แบบขาดไม่ได้ในยุคที่แสงแดดแผดจ้าขนาดนี้ คือ “ครีมกันแดด”
           ครีมกันแดดกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่คนรักทะเลเขาพกติดตัวไปไหนต่อไหน ซึ่งการไปทะเลนั้นจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่สูงมากกว่าปกติ เพราะปริมาณความเข้มของแสงแดดและระยะเวลาในการเผชิญแสงนั้นยาวนานกว่าชีวิตประจำวันมาก
           ครีมกันแดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปจึงเป็นที่หมาปองของคน ซึ่งว่าไปแล้วมีหลายประเภท คือ ชนิดน้ำใส น้ำนม หรือครีมข้น แต่ถ้าจะเหมาะกับกิจกรรมท้าคลื่นแล้วละก็ ต้องมีคุณสมบัติกันน้ำได้ถึงจะเหมาะ
           ส่วนยี่ห้อของครีมกันแดดนั้นก็มีอยู่หลายยี่ห้อยกตัวอย่างก็เช่น คลินิกข์ UV Response Sun Protection Body and Face SPF 50, Banana, Anessa Perfect Sparkle Sunscreen SPF 50+PA, ลา โรช-โพเซย์ แอนเทลิโอส เอ็กซ์แอล ฟลูอิค เอ็กซ์ทรีม SPF 50+ฯลฯ

มีครีมกันแดดแล้วก็ต้องรู้วิธีทาให้ปกป้องผิวด้วยเช่นกัน

 ควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปผจญกับแสงแดดประมาณ 20 นาที เพื่อให้เนื้อครีมซึงลงสู่ผิว และควรทำซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง หากเป็นคนที่ผิวเปลี่ยนสีง่าย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป                 ถ้าผิวหนังเริ่มแดงในขณะที่อยู่กลางแดด แสดงว่าผิวกำลังเริ่มไหม้แล้ว ควรรีบหลบเข้าในร่ม
 บริเวณฝีปากอาจทากันแดดที่อยู่ในรูปของลิปสติก หรือผสม wax
 เมื่อขึ้นจากทะเลแล้วควรจะทาครีมสำหรับผิวหลังออกแดด หรือเจลทาผิวที่สกัดจากหว่านหางจระเข้ เพื่อป้องกันผิวปวดแสบปวดร้อนจากการไหม้ของแดด และยังช่วยมิให้ผิวเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร  ในคนที่ผมบาง ควรทาครีมกันแดดที่หนังศีรษะด้วย
 ถ้าเป็นไปได้ควรสวมหมวก ใส่เสื้อผ้าปกคลุม กรณีตากแดดจัด และเป็นเวลานานๆ
 ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดนาน ๆ ในระหว่าง11.00 – 15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แดดแรงที่สุด  สำหรับสาว ๆ รักผม ขอบอกว่า เดี๋ยวนี้มีแชมพู ครีมนวดผม และเซรั่มบำรุงผมแบบกันแดดหรือแสงยูวีแล้วที่นิยมกันมากคือ “เคเรสตาส” โดยเฉพาะ Choma Riche ผลิตภัณฑ์เพื่อผมทำสีที่มีทั้งวิตามินบำรุง  และสารป้องกันแสงแดด
 ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อทดแทนการเสียน้ำจากความร้อน

 

       หากจะชมโลกใต้ทะเลให้ได้อรรถรสนั้นมี 2 วิธี คือ การดำผิวน้ำ “Skin diving” หรือที่เรียกกันจะชินปากแล้วว่า snorkeling และการดำน้ำแบบ “SCUBA Diving”
       การดำผิวน้ำ Snorkeling เหมาะสำหรับการชมปะการังน้ำตื้น ซึ่งแหล่งที่สำคัญ เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะตะรุเตา ฯลฯ โดยอุปกรณ์สำคัญประกอบด้วย หน้ากาก (Mask) ท่อหายใจ (Snorkel) เสื้อชูชีพ ยิ่งถ้ามีตีนกบด้วยจะช่วยให้ว่ายเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้ดีขึ้น หลักการง่าย ๆ ในการดำผิวน้ำ คือ การหายใจทางปากผ่านท่อสนอร์เกิล เพื่อความปลอดภัยไม่ควรก้มหน้าจนคางชิดหน้าอก เพราะระดับน้ำที่ไหลผ่านเข้ามาทางท่อสนอร์เกิลอาจทำให้สำลักได้
       เคล็ดลับป้องกันฝ้าขึ้นหน้ากาก ให้ใช้แชมพูเด็กสูตรไม่ระคายเคืองชโลมให้ทั่ว พยายามอย่าถอดหน้ากากบ่อย และทุกครั้งที่ถอดออกจากตาอย่าคาดบนศีรษะเพราะจะหลุดหายได้ง่าย ถ้าจำเป็นต้องถอดก็ให้สวมพักไว้ที่คอแทน สำหรับเสื้อชูชีพควรเลือกให้ขนาดพดดีตัว และถ้ามีสายระโยงรยางค์ให้หาที่เสียบเก็บให้เรียบร้อยกันไปเกี่ยวกับโขดหินหรือแนวปะการังขณะดำน้ำพยายามทรงตัวในแนวระนาบกับผิวน้ำให้มากที่สุดและแม้จะตื้นก็ห้ามยืนบนโขดหินเด็ดขาด นอกจากกันหินบาดแล้วยังป้องกันปะการังเสียหายอีกด้วย
       สำหรับการดำน้ำแบบ ACUBA (self contained underwater breathing apparatus) จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์สำหรับการหายใจใต้น้ำ เพื่อให้สามารถแหวกว่ายได้เช่นเดียวกับปลา เหมาะกับการชมโลกใต้ทะเลที่ลึกเกินกว่าวิธี snorkeling โดยแหล่งดำน้ำลึกสำคัญ ๆ ของไทยอย่างเช่นสิมิกัน เกาะเต่า หมู่เกาะตะรุเตา ทะเลชุมพร ทะเลกระบี่ ฯลฯ 
 อุปกรณ์สำคัญในการดำน้ำแบบ SCUBA ได้แก่
 1. ถังอากาศ ถังมีหลายขนาด แต่ขนาดมาตรฐานคือ 11.5 ลิตร
 2. ชุดปรับความดันและสายช่วยหายใจ ชุดปรับแรงดันจะลดความดันสูงจากในถังให้เป็นความดันต่ำที่พอเหมาะสำหรับการหายใจ เรียกว่า เรกูเลเตอร์ (regulators) เรียกสั้น ๆ ว่า “เร็ห” จากเร็กจะมีสายต่อไปใช้งานอีก 4 สาย สายหนึ่งเราใช้หายใจ อีกสายหนึ่งเผื่อไว้สำรอง หรือมีไว้แบ่งอากาศให้เพื่อนคนอื่นที่อากาศหมด อีกสายหนึ่งต่อเข้าชุดวัดความดันเพื่อที่ดูว่ามีปริมาณอากาศเหลือแค่ไหน อีกสายต่อเข้า BCD
 3. BCD (buoyancy control device) เสื้อชูชีพที่สามารถปรับสภาพการจมการลอยได้
 4. ชุดดำน้ำ (wet suit) มี 2 แบบ wet suit เป็นชุดปกติของนักดำน้ำ ส่วน dry suit เป็นชุดที่ไม่ปกติ ใช้กรณีที่ดำในเขตน้ำเย็นจัด เวตสูทมีทั้งแบบขายาวแขนยาว และแบบขาสั้น แขนสั้น แบบแขนสั้นก็ดี ราคาถูกดี แบบแขนยาวขายาวก็ดี ใส่แล้วหุ้มหมดทั้งแขนและขา นอกจากเวตสูทจะช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อนจากตัวคนไปสู่น้ำแล้ว มันยังช่วยให้ลอยตัวด้วย แล้วยังช่วยปกป้องผิวหนังเราในกรณีที่เราไปสัมผัสกับพืชหรือสัตว์มีพิษโดยบังเอิญ เช่น แมงกะพรุนไฟ เป็นต้น
 5. ตีนกบ (fin) ช่วยให้เรามีแรงส่งให้ว่ายน้ำได้เร็วขึ้น แบ่งเป็น 2 แบบ คือ full foot คือฟินแบบสวมเข้าไปทั้งเท้าเหมือนใส่รองเท้า อีกแบบคือแบบ open hill คือแบบเปิดส้น แบบนี้จะต้องใส่รองเท้าก่อนที่จะใส่ฟิน
 6. เข็มขัดตะกั่ว ใช้ถ่วงให้จมน้ำ จำนวนที่แต่ละคนใช้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและมวลกาย
 7. หน้ากากดำน้ำ บางแบบสามารถถอดเปลี่ยนใส่เลนส์สายตาได้ บางครั้งนักดำน้ำแบบ SCUBA นิยมติดสนอร์เกิลไว้ที่หน้ากากด้วย เพื่อที่จะใช้หายใจเมื่ออยู่บริเวณผิวน้ำเพื่อประหยัดอากาศในถังเก็บไว้ใชใต้น้ำ
         นอกจากอุปกรณ์หลัก ๆ เหล่านี้แล้วก็ยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ อีกหลายชนิดให้เลือกใช้ เช่น ไฟฉายใต้น้ำ มีดดำน้ำ ซึ่งสิ่งที่นักดำน้ำควรซื้อไว้เป็นของใช้ส่วนตัวคือ ชุดดำน้ำ เพราะเป็นของส่วนตัว สนอร์เกิลก็สำคัญเลยเพราะต้องอมไว้ในปากด้วยราคาก็ไม่แพง fin ก็ควรซื้อเพราะว่าเราจะได้คุ้นเคยและใช้ได้ถนัด หน้ากากก็ควรซื้อ ถ้าใช้หน้ากากที่ไม่ดีหรือลงน้ำไปแล้วไม่ถูกใจจะมีผลต่อจิตใจอย่างมาก เช่นกลัว ถ้ามีเงินเหลือก็ควรซื้อชุดเร็ก เพราะต้องอมไว้ในปากเวลดำน้ำ ส่วน BCD ไม่ต้องซื้อ ไว้เช่าจากผู้ให้บริการดำน้ำได้
         ผู้ที่จะดำน้ำลึกได้จะต้องผ่านหลักสูตรจากสถาบันดำน้ำอย่าง ANDI, IDEA, MDEA, NASE, NASDS ฯลฯ โดยสถาบันที่ได้รับความนิยมอย่าง NAUI หรือ PADI
         หลักสูตรการเรียนประกอบด้วย เทคนิคการดำน้ำ, เทคนิคการหลีกเลี่ยงปะการังขณะดำน้ำ, เทคนิคการเคลียร์หู, เทคนิคการแบ่งอากาศหายใจ, เทคนิคการใช้อากาศให้น้อยลง, วิธีปฏิบัติตัวในการดำน้ำเรือจม (wreck), เทคนิคการดำน้ำในกระแสน้ำ, วิธีการป้องกันการหลงทางใต้น้ำ, การดำน้ำลึกขึ้นจากที่ลึก ทำอย่างไรถึงจะปลอดภัย, การค้นหาสิ่งของใต้น้ำ, การทำหมายสำหรับกลับมาหาสิ่งของที่ตกลงไปในน้ำ, เทคนิคการใช้ถุงยก (lift bag) ฯลฯ
         ข้อควรระวัง วันที่ไปดำน้ำต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เข้านอนแต่หัวค่ำในคืนก่อนที่จะดำน้ำ ความเมื่อยล้าจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงกับ DCS การเมาไนโตรเจน และที่สำคัญเสี่ยงต่อการขาดความระมัดระวัง ดื่มน้ำให้เพียงพอ การขาดน้ำเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อ DCS และทำให้เมื่อยล้าเร็วขึ้น ควรจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์และกาเฟอีนในคืนก่อนจะดำน้ำ เพราะทั้งสองสิ่งก่อให้เกิดการขาดน้ำของร่างกายเป็นเวลานาน ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนลงน้ำ โดยเฉพาะเวลาที่จะต้องดำน้ำลึก นักดำน้ำจะมีความเครียดมากกว่าปกติ
         เมื่อลงไปในน้ำควรตรวจสอบการจมลอย อย่าให้ตัวจมลงโดยเร็วเกินไป เวลาที่ดำกลับขึ้นมาต้องคอยปล่อยลมออกจากบีซีดีตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นตัวจะลอยเกินไป ทำให้ควบคุมความเร็วในการขึ้นได้ยากกว่าปกติ ระวังอัตราการหายใจ หายใจให้ลึก-ช้า และผ่อนคลาย เป็นเรื่องสำคัญเป็นพิเศษเวลาดำน้ำลึก
         หลังจากการดำน้ำต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ถึงแม้จะไม่ดำน้ำเกินขีดจำกัด เราก็ได้รับเอาก๊าซไนโตรเจนเข้าไปในร่างกายจำนวนมาก ให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังหนักเหนื่อยอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง และให้ดื่มน้ำมาก ๆ ห้ามขึ้นเครื่องบินทันที ปัจจุบันมีมาตรฐานอยู่ที่ 12 หรือบางองค์กรแนะนำว่า 18 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่องบิน
         ไม่ว่าจะเลือกเข้าสู่โลกใต้ทะเลด้วย snorkeling หรือ SCUBA diving สิ่งสำคัญในการดำน้ำให้สนุกและปลอดภัยคือ เครื่องมือประจำกายที่จะช่วยระงับความกลัวและความตื่นเต้น นั่นคือ “สติ” อย่าลืมพกพาก่อนลงน้ำด้วยละ...
 

 




สาระน่ารู้

วิธีเลือกซื้อผลไม้



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง (สทก.จ.ระยอง) Rayong Provincial Office of Tourism and Sports (Rayong POTS) ที่ตั้ง: สนามกีฬากลาง จังหวัดระยอง ถ.สุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 21000 ติดต่อ: โทรศัพท์ 0 3861 8968 โทรสาร 0 3862 0666 อีเมลล์ rayong@mots.go.th