ReadyPlanet.com
dot
dot
ภาพรวม
dot
bulletข้อมูลจังหวัด
bulletของดีประจำจังหวัด
bulletเทศกาลงานประเพณี
bulletสินค้า OTOP / แหล่งช้อบปิ้ง
bulletที่พัก/โรงแรมในจังหวัดระยอง
bulletร้านอาหารในจังหวัดระยอง
dot
ส่วนงานกีฬาและนันทนาการ
dot
bulletข้อมูลส่วนงาน
bulletปฏิทินกิจกรรมกีฬา
bulletสมาคมกีฬา
bulletสถานกีฬา
bulletบุคลากรทางการกีฬา
bulletสถิติการแข่งขันกีฬาระดับชาติ
dot
ปฏิทินกิจกรรม ปี 2553
dot
bulletปฏิทินกิจกรรมกีฬา
bulletปฏิทินกิจกรรมท่องเที่ยว
dot
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
bulletสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
bulletกรมการท่องเที่ยว
bulletกรมพลศึกษา
bulletสถาบันการพลศึกษา
bulletการกีฬาแห่งประเทศไทย
bulletการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
bulletตำรวจท่องเที่ยว
bulletสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา76จังหวัด
dot
วงการกีฬา
dot
bulletข่าวสารวงการกีฬา
bulletวิเคราะห์กีฬา
dot
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
dot
bulletจังหวัดระยอง
bulletสำนักงานจังหวัดระยอง
bulletค้นหาข้อมูลภาครัฐ
bulletรัฐบาลไทย
bulletสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
bulletกรมบัญชีกลาง
bulletกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
bulletไทยตำบลดอทคอม
bulletดาวน์โหลดซอฟแวร์
bulletหออัครศิลปิน
dot
สถานีโทรทัศน์
dot
bulletช่อง 3
bulletช่อง 5
bulletช่อง 7
bulletช่อง 9
bulletช่อง 11
bulletMaxnet ทีวี
dot
ข่าวสาร สทก.จ.ระยอง
dot
bulletสมัครงาน
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot
bulletกระทู้ถาม-ตอบ




สภาพเศรษฐกิจ

         ระยองเป็นจังหวัดที่มีสภาพทางเศรษฐกิจดีจังหวัดหนึ่ง จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดปี 2547 มีมูลค่า370,104 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการผลิตด้านอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเลียม  และปิโตรเคมี มีมูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อหัวเท่ากับ 719,718 บาท / คน / ปี เป็นลำดับที่ 1 ของประเทศ
         โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดระยอง (ปี พ.ศ. 2547) สาขาการผลิตนอกภาคเกษตรกรรมมีมูลค่ารวมสูงถึง 368,888  ล้านบาท โดยการผลิตสาขาอุตสาหกรรมมีมูลค่าสูงสุดคือ 196,280 ล้านบาท
สาขาการทำเหมืองแร่และเหมืองหินมีมูลค่า 114,919 ล้านบาท เป็นต้น ในขณะที่การผลิตภาคเกษตรกรรม (สาขาเกษตรกรรม การล่าสัตว์และการป่าไม้ , สาขาการประมง ) มีมูลค่ารวมเพียง 10,216 ล้านบาท
สาขาการผลิตที่สำคัญ
 1.  เกษตรกรรม
        จังหวัดระยองมีพื้นที่เกษตรกรรม 1,535,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ  69.14 ของพื้นที่จังหวัด ครัวเรือนเกษตรกรจำนวน 41,526 ครัวเรือน โดยมีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญดังนี้
 2.  การประมงและการปศุสัตว์
 2.1 การประมง
        จังหวัดระยองมีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 100 กิโลเมตรเศษ การประกอบอาชีพประมงน้ำเค็มจึงเป็นอาชีพที่สำคัญ รวมทั้งการทำประมงน้ำจืดและน้ำกร่อยก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน เนื้อที่ทำการประมงทะเลประมาณ 6,225,000 ไร่ เนื้อที่ทำการประมงน้ำจืด (ห้วย หนอง คลอง บึง) จำนวน 179,705 ไร่ มีเรือประมง 616 ลำ สมาคมประมง 5 สมาคม กลุ่มเกษตรกรทำการประมง 3 กลุ่ม และสหกรณ์
ท่าเรือประมง 53 ท่า
 2.2  การปศุสัตว์
        เกษตรกรในจังหวัดมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้าในภาพรวมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไก่และเป็ด อันเป็นผลเนื่องมาจากราคาเป็นสิ่งจูงใจและการได้รับการส่งเสริมเงินกู้จากหน่วยงานภาครัฐ  อาทิ เงินกองทุนหมู่บ้าน เงินกู้ช่วยเหลืออื่นๆ
 3.  การอุตสาหกรรม
       นับจากปี 2524 ที่รัฐบาลได้ดำเนินการตามโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ซึ่งจังหวัดระยองได้รับการกำหนดบทบาทให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก และถูกกำหนดแนวทางการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางความเจริญแห่งใหม่ เป็นศูนย์บริการมาตรฐานการศึกษาและวิจัยด้านเทคโนโลยี และกำหนดให้ชายฝั่งทะเลตะวันออกเป็นประตูทางออกให้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการส่งสินค้าออกไปจำหน่ายต่างประเทศไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการจัดเตรียมระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานไว้อย่างสมบูรณ์ และกำหนดพื้นที่ บริเวณมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม เป็นเมือง อุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ เป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมที่สำคัญคือ โรงแยกก๊าซธรรมชาติกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี จังหวัดระยองจึงเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ในส่วนของการลงทุนด้านอุตสาหกรรม  นอกจากนี้จังหวัดระยองยังได้รับการกำหนดเขตการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนให้อยู่ในพื้นที่เขต 2 นับตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2543 แต่ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรมได้รับการส่งเสริมการลงทุนยังถือเป็นเขตส่งเสริมการลงทุนเขต 3 จนถึงปี 2547 จึงส่งผลให้จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว
        จากการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นผลให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นต้นต่อเนื่องเกิดขึ้น ได้เกิดนิคมอุตสาหกรรมทั้งที่ดำเนินการโดยการนิคมอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรมที่ร่วมดำเนินการกับเอกชน เขตประกอบการอุตสาหกรรมชุมชนอุตสาหกรรม หรือสวนอุตสาหกรรม ดังนี้
 นิคมอุตสาหกรรม จำนวน  6  แห่ง  ได้แก่
  (1)  นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 10,000 ไร่
  (2)  นิคมอุตสาหกรรมตะวันออก 2,430 ไร่
  (3)  นิคมอุตสาหกรรมผาแดง 516 ไร่
  (4)  นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด 2,062 ไร่
  (5)  นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ 4,700 ไร่
  (6)  นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย 2,500 ไร่
 เขตประกอบการอุตสาหกรรม  จำนวน  4  แห่ง  ได้แก่
  (1)  เขตประกอบการอุตสาหกรรม สยามอีสเทิร์นอินดัสเตรียลพาร์ค 1,341 ไร่
  (2)  เขตประกอบการอุตสาหกรรม  TPI  4,335  ไร่
  (3)  เขตประกอบการอุตสาหกรรม  จี.เค.แลนด์ 882 ไร่
  (4)  เขตประกอบการอุตสาหกรรม  บริษัท ระยองที่ดินอุตสาหกรรมจำกัด 3,427 ไร่
 ชุมชนอุตสาหกรรม  จำนวน  5  แห่ง  ได้แก่
  (1)  นิคมอุตสาหกรรมนครินทร์อินดัสเตรียลปาร์ค จำกัด 1,497 ไร่
  (2)  ชุมชนอุตสาหกรรม เอส เอส พี พร็อพเพอร์ตี้  1,246  ไร่
  (3)  ชุมชนอุตสาหกรรม บริษัท ทุนเท็กซ์ อินดัสเตรียลปาร์ค จำกัด  1,497 ไร่
  (4)  ชุมชนอุตสาหกรรม ไอ.พี.ที 390 ไร่
  (5)  ชุมชนอุตสาหกรรมโรจนะ 2,200 ไร่
 สวนอุตสาหกรรม  จำนวน  2  แห่ง  ได้แก่
  (1)  สวนอุตสาหกรรมบริษัทระยอง (Rayong Industrial Park) 1,500 ไร่
  (2)  สวนอุตสาหกรรมเครือเจริญโภคภัณฑ์
 จำนวนโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม  2548  มีอยู่ทั้งสิ้น 1,663 โรงงาน เงินลงทุน 731,577.46 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 121,568 คน  
 

การส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
        จากการที่จังหวัดระยองถูกจัดอยู่ในพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนเขต 2 แต่ภายในพื้นที่อุตสาหกรรมและเขตประกอบการยังถือเป็นเขตส่งเสริมการลงทุนเขต 3 ถึงปี 2547 จึงได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่เดือนตุลาคม  2542  ถึงเดือนมิถุนายน 2546 รวม 386 โครงการ เงินลงทุน 229,913.40 ล้านบาท มีการจ้างงาน 50,147 คน
 4.    การพาณิชย์
        จังหวัดระยองเป็นศูนย์กลางระหว่างจังหวัดในภาคตะวันออก ที่มีแผนการพัฒนาจังหวัดตามโครงการ Eastern  Seaboard  นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงมีบุคคลต่างๆ 
เข้ามาทำงานและท่องเที่ยวในจังหวัดเป็นจำนวนมากมายทำให้มีการประกอบธุรกิจการค้าอย่างกว้างขวาง ทั้งการค้าปลีกและการค้าส่ง
        การค้าส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในตลาดสดเทศบาล ตลาดศูนย์การค้าระยอง ตลาดเย็นหน้าโรงแรมสตาร์พลาซ่า ตลาดเช้าเย็นหน้าวัดลุ่มมหาชัยชุมพล และตลาดสดหมอสาโรจน์ที่เป็นตลาดสดในตอนเช้า และจำหน่ายอาหารในตอนเย็น ซึ่งอยู่ใกล้แหล่งพักของคนทำงานในเมืองทำให้สะดวกในการซื้อขาย นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ อาทิ เช่น ห้างแม็คโคร  ห้างโลตัส ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ห้างสรรพสินค้าแหลมทอง รวมทั้งตลาดชุมชนประจำอำเภอและตำบล
        การค้าปลีก การประกอบธุรกิจการค้าปลีกมีอยู่ทั่วไปในย่านชุมชน โดยพ่อค้าคนกลางจะนำสินค้าอุปโภคบริโภค ไปจำหน่ายสินค้าโดยทั่วไป นอกจากนี้ยังมีพ่อค้านำสินค้าเกษตรกรรมท้องถิ่นมาจำหน่ายในตลาดตัวเมืองระยองหรือส่งเข้าตลาดกรุงเทพฯ 
พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด  ได้แก่
 (1) ยางพารา เป็นพืชที่เพาะปลูกมากที่สุดในจังหวัด  เมื่อเปรียบเทียบกับพืชเศรษฐกิจสำคัญ         ชนิดอื่นๆ เนื่องจากยางพาราเป็นพืชที่ปลูกง่ายไม่จำเป็นต้องดูแลรักษามาก อีกทั้งสภาพทางภูมิประเทศของจังหวัดเอื้ออำนวยและความต้องการของตลาดยังคงมีปริมาณสูง โดยราคาเฉลี่ยในปี  2547 ยางแผ่นดิบคุณภาพ (คละ) 40-50 บาท/กก.
 (2) มันสำปะหลัง เกษตรกรนิยมปลูกมันกันมากที่สุดในพื้นที่อำเภอแกลง อำเภอวังจันทร์ อำเภอเมืองตามลำดับ โดยนิยมปลูกพันธ์ระยอง 5, เกษตรศาสตร์ 50,ระยอง 90 ,ระยอง 60 และระยอง 3 ตามลำดับโดยในปี 2547 ราคาเฉลี่ยต่อหัวมันสด ณ โรงแป้งมัน (25%) 1.20-1.33 บาท/กก.
 (3) สับปะรด จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่ปลูกสับปะรดมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือประมาณร้อยละ 20 ของผลผลิตทั้งประเทศ โดยผลิตส่วนใหญ่จะส่งขายให้โรงงานอุตสาหกรรมเพื่อแปรรูปเป็น สับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรด และบางส่วนนำไปจำหน่ายเป็น ผลสดตามแผงจำหน่ายผลไม้ โดยในปี 2547 ราคาขายส่งหน้าโรงงานเฉลี่ย (ผลใหญ่) 4.70-5.30 บาท/กก. (ผลเล็ก) 2.10-2.30 บาท/กก. และน้ำยางดิบ  35 – 45 บาท/กก.
 (4) ทุเรียน  การทำสวนทุเรียนเป็นอาชีพที่เกษตรกรในจังหวัดระยองยึดเป็นอาชีพมาช้านาน  เนื่องจากประสบการณ์และ ความรู้ที่สะสมมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ประกอบกับพื้นที่เพาะปลูกที่เหมาะสม โดยมีพื้นที่ปลูกมากในพื้นที่อำเภอแกลง อำเภอวังจันทร์ อำเภอเมือง กิ่งอำเภอเขาชะเมา อำเภอบ้านค่าย ตามลำดับ แนวโน้มการปลูกทุเรียนจะมีพื้นที่อำเภอปลูกลดลง เนื่องจากในช่วง 3 ปีทีผ่านมาราคาผลผลิตทุเรียนมีราคาตกต่ำ จึงทำให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดที่อื่นทดแทน เช่น ยางพารา เป็นต้น โดยในปี  2547 ราคาผลผลิตทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ขายปลีก 15-25 บาท/กก. ขายส่ง 13-15 บาท/กก. พันธุ์ชะนี ขายปลีก 10-15 บาท/กก. ขายส่ง 7-10 บาท/กก.
 (5) เงาะ การทำสวนเงาะ เกษตรกรนิยมปลูกในพื้นที่เคียงคู่กับการปลูกทุเรียน โดยพันธุ์ที่นิยมปลูกได้แก่ เงาะพันธุ์โรงเรียน รองลงมาคือ เงาะพันธุ์สีชมพู ในปี 2547 ราคาเฉลี่ยพันธุ์สีชมพู  ขายปลีก 7-15 บาท/กก. ขายส่ง 5-7 บาท/กก.พันธุ์โรงเรียน ขายปลีก 15-20  บาท/กก. ขายส่ง 9-10 บาท/กก.
 (6) มังคุด เป็นผลไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนเป็นพืชเมืองร้อน สามารถปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด               ผลมังคุดมีรูปทรงและสีสันสวยงาม รสชาติดีมีราคา และเป็นที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศจึงได้รับฉายาว่าเป็น “THE  QUEEN OF FRUIT”  โดยมีแนวโน้มการเพาะปลูกเพิ่มขึ้น ผลผลิตมังคุดออกสู่ตลาดเพื่อการบริโภคสด ส่งไปจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยราคาผลผลิตในปี 2547 ราคาขายส่งเฉลี่ย 12-15 บาท/กก. ขายปลีกเฉลี่ย 20-25 บาท/กก.
สินค้าอาหารทะเล
       เนื่องจากจังหวัดระยองมีชายฝั่งทะเลยาวกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอำเภอเมือง อำเภอบ้านฉาง  และอำเภอแกลง จึงมีประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลประกอบอาชีพการประมง ซึ่งรวมไปถึงการประมงน้ำกร่อยและการประมงน้ำจืด ในเขตพื้นที่ไม่ติดทะเลมีการเพาะเลี้ยง        สัตว์น้ำชายฝั่ง เช่น การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ตะพาบน้ำ การผลิตและจำหน่ายมีการจำหน่ายเพื่อการบริโภคภายในจังหวัด บางส่วนจัดส่งเข้าโรงงานห้องเย็นเพื่อส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ ผลผลิตจากการประมงส่วนใหญ่จะทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เช่น น้ำปลา กะปิ ปลาแห้ง ปลาเค็ม ปลาหมึกแห้ง ปลาหมึกอบกรอบ ปลาหมึกปรุงรส กุ้งแห้ง ฯลฯ สำหรับน้ำปลาจัดได้ว่าเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดระยอง 
       โดยมีโรงานผลิตน้ำปลาประมาณ 26 แห่ง ได้รับ อย. แล้วทุกแห่ง และได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม
โดยจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มแม่บ้านผลิตน้ำปลาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค ในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ดังคำขวัญของจังหวัดที่ว่า “ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก”
 จากการที่จังหวัดระยองเป็นศูนย์กลางระหว่างภาคตะวันออกและจากการพัฒนาโครงการ Easterm  Seaboard  ส่งผลให้เป็นศูนย์กลางในการส่งออก โดยมีท่าเรือน้ำลึกที่นิคมอุสาหกรรมมาบตาพุด จัดเป็นท่าเรือที่สำคัญ เปิดให้บริการแก่ผู้ประกอบการทั้งในอุตสาหกรรมมาบตาพุดและนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยในปี 2547 สินค้าที่นำเข้าส่วนใหญ่ เป็นจำนวนพวกน้ำมันดิบและน้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งนำเข้าจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเป็นส่วนใหญ่  ส่วนสินค้าที่ส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูป จากน้ำมันดิบ เช่น  น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และเม็ดพลาสติก เป็นต้น โดยส่งไปประเทศจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ฯลฯ
 5.  การท่องเที่ยวและการบริการ
        ระยองเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและความพร้อมทางการท่องเที่ยวสูง มีแหล่งทรัพยากรท่องเที่ยว
ที่สมบูรณ์ มีลักษณะหลากหลายทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ อุทยานแห่งชาติ ภูเขา น้ำตก ชายหาด ทะเลที่ยาวไกล และหมู่เกาะที่สวยงามเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเกาะเสม็ดที่มีหาดทรายขาวสวยงาม เลื่องชื่อไปทั่วโลก มีสวนผลไม้ให้เยี่ยมชมและชิมรสชาติที่สดอร่อยเป็นที่ชื่นชอบและรู้จักของบุคคลทั่วไป ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนจำนวนมากมาย โดยในปี 2549  การท่องเที่ยวทำรายได้ให้จังหวัด รวมเป็นเงิน 9,700.18  ล้านบาท




ข้อมูลจังหวัด

จังหวัดระยอง article
อาณาเขต
การเดินทาง
ระยะทางจากจังหวัดระยองไปอำเภอต่าง ๆ
ระยะทางจากจังหวัดระยองไปจังหวัดใกล้เคียง
การปกครอง
ประชากร
ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิอากาศ
ทรัพยากรธรรมชาติ
สภาพทางสังคม



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง (สทก.จ.ระยอง) Rayong Provincial Office of Tourism and Sports (Rayong POTS) ที่ตั้ง: สนามกีฬากลาง จังหวัดระยอง ถ.สุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 21000 ติดต่อ: โทรศัพท์ 0 3861 8968 โทรสาร 0 3862 0666 อีเมลล์ rayong@mots.go.th